Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เวลาทำการช่องทางแชท : เหมือน 7-11 ค่ะ

Travel License : 11/06946

Hotline

02-561-3788 : ออฟฟิศ

063-252-9466 : คุณอิงค์

063-237-9466 : คุณเนย

063-207-9466 : คุณวรรณ

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

✨แนะนำเที่ยวจีนแบบเที่ยวควบ 2 เมือง แบบไปทีเดียว เที่ยวได้สองเมือง 2 in 1 มีที่ไหนบ้างไปดูกัน ✨ .

✨แนะนำเที่ยวจีนแบบเที่ยวควบ 2 เมือง แบบไปทีเดียว เที่ยวได้สองเมือง 2 in 1 มีที่ไหนบ้างไปดูกัน ✨ .

10

เซี่ยงไฮ้-หางโจวเมือง Combo ยอดฮิต เพราะว่าค่าตั๋วบินลงหางโจวถูกกว่าบินลงเซี่ยงไฮ้ แถมยังช่วยเพิ่มสีสันในการเที่ยวในเมืองเซี่ยงไฮ้ล้วนไปเจอ เมืองโบราณที่หางโจว ระยะห่างราวๆ 200 กม. หากเดินทางด้วยรถบัสใช้ระยะเวลาประมาณ 2.30 ชม. หากนั่งรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 45 นาที.____________________ปักกิ่ง-เทียนจินเมือง Combo คู่ถัดมาที่มีสไตล์ตรงข้ามสุดๆ แต่บอกเลยว่าให้ฟีลลิ่งกู้ดสุดๆไปเลย ปักกิ่งก็ดั่งเดิมสุดๆ ส่วนเทียนจินก็เมืองสมัยใหม่สุดๆ ระยะห่างราวๆ 120 กม. หากเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง.____________________ฉงชิ่ง-อู่หลงเมือง Combo คู่ถัดมาที่ยังมีความคล้ายคลึงกันในด้านกลิ่นอายวัฒนธรรมความเป็นเมืองจีนสไตล์ธรรมชาติ มีระยะห่างราวๆ 150 กม. หากเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาราวๆ 2-3 ชม. หากเดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที.____________________กวางโจว-เซินเจิ้นเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กันค่อนข้างมาก เป็นเมืองที่พัฒนาเศรษฐกิจทั้งคู่ สไตล์การท่องเที่ยวของทั้งสองเมืองนี้ จะคล้ายๆกัน แต่ต่างสไตล์ของการชมงานหรือช็อปปิ้งเท่านั้น ระยะห่างราวๆ 120 กม. เดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง.____________________ซีอาน-ลั่วหยางเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งต้นกำเนิดอารยธรรมโบราณของจีน มีความคล้ายคลึงกันสูงมาก แต่จะต่างกันในมุมที่เป็นการกล่าวถึงด้านประวัติศาตร์ แต่บอกเลยว่าถ้าใครชอบเกี่ยวกับเรื่องราวประวัติศาสตร์จะต้องเลิฟเมืองนี้แน่นอน ระยะห่างราวๆ 400 กม. หากเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาราวๆ 6 ชม. หากเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงใช้เวลาราวๆ 1.30 ชม.. เป็นยังไงบ้างคะ เมือง Combo ที่เที่ยวได้ในทริปเดียว เผื่อใครที่ชอบท่องเที่ยวออกทริปแล้วต้องการใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น ลองมองเมืองใกล้เคียงก็เป็นช็อยส์ที่ดีไม่น้อยเลยหล่ะ แล้วคุณหล่ะ มองเมืองไหนไว้เป็น Combo ของคุณคะ

รู้ก่อนเที่ยว เปรียบเทียบสภาพอากาศ 10 เมืองหลักของจีนในแต่ละฤดู❄️  .

รู้ก่อนเที่ยว เปรียบเทียบสภาพอากาศ 10 เมืองหลักของจีนในแต่ละฤดู❄️ .

12

✨วันนี้แอดมินจัดมาให้แล้ว สรุปสั้นๆ จำง่ายๆ กับสภาพอากาศ 10 เมืองหลักของจีนในแต่ละฤดูเป็นยังไง เมืองไหนเหมาะกับเที่ยวช่วงไหน พร้อมแล้วจัดเลยยย✨มี.ค.–พ.ค. (ใบไม้ผลิ) — อากาศดี เที่ยวสบาย✅ เหมาะมาก:**ปักกิ่ง** – ดอกไม้บาน อากาศเย็นกำลังดี**เซี่ยงไฮ้** – เดินเมืองเพลิน ไม่ร้อน**ชิงเต่า** – ทะเล + ลมเย็น**ซีอาน** – เที่ยวโบราณสถานสบาย**เฉิงตู / คุนหมิง** – ธรรมชาติสวย อากาศดีฤดูนี้ = ไปได้หลายเมืองสุด☀️ มิ.ย.–ส.ค. (หน้าร้อน) — เลือกเมืองอากาศเย็น✅ ควรไป:**คุนหมิง** – เย็นสบายทั้งปี ????**ชิงเต่า** – เมืองทะเล ลมดี**ซินเจียง** – แห้ง ไม่ชื้น วิวธรรมชาติอลัง**ฮาร์บิน** – เย็นกว่าที่อื่น⚠️ ร้อนหนักมาก:* ฉงชิ่ง* เฉิงตู* กวางโจว* เซี่ยงไฮ้.ก.ย.–พ.ย. (ใบไม้ร่วง) — ฤดูทอง เที่ยวได้เกือบหมดแนะนำสุด:**ปักกิ่ง** – ใบไม้เปลี่ยนสี**ซีอาน** – อากาศเย็น เดินสบาย**เฉิงตู** – เย็นกำลังดี**เซี่ยงไฮ้** – ฟ้าใส เที่ยวเมืองสนุก**ชิงเต่า** – ทะเล + อากาศสวย**ซินเจียง** – ใบไม้สีทองอลังถ้าเลือกฤดูเดียว = เลือกช่วงนี้.❄️ ธ.ค.–ก.พ. (หน้าหนาว) — เลือกสายหิมะหรือสายหนีหนาว❄️ อยากเจอหิมะ:**ฮาร์บิน** – หนาวสุด เทศกาลน้ำแข็ง**ปักกิ่ง** – หนาวคลาสสิก**ซีอาน** – หนาวแห้ง**ซินเจียง** – หิมะ วิวภูเขาไม่อยากหนาว:**คุนหมิง** – อากาศสบาย**กวางโจว** – เย็นนิดเดียว**เฉิงตู / ฉงชิ่ง** – หนาวชื้น แต่ไม่ติดลบหนัก..❤️เห็นมั้ยคะพี่ๆ เมืองจีนเที่ยวได้ทุกฤดูเลย เลือกฤดูที่ใช่ กับเมืองที่ชอบแล้วไปลุยกันเลยน๊าาา ✈️

✨7 เมืองที่แมสต่อปี 2026✨

✨7 เมืองที่แมสต่อปี 2026✨

5

????เซี่ยงไฮ้ (Shanghai)มหานครสุดฮิต ที่ใครๆก็ต้องมาซ้ำ ด้วยเป็นเมืองที่มาง่าย ค่อนข้างสะดวกด้วยความเจริญก้าวหน้าในความทันสมัยต่างๆ เช่นอาหารการกิน การเดินทางแสนสะดวก แหล่งช็อปปื้ง และที่สำคัญ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์.ปักกิ่ง (Beijing)เมืองหลวงสุดคลาสสิค ที่มีจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม และเป็ดปักกิ่ง เอาใจสายจีนดั่งเดิมสุดๆ .เทียนจิน (Tianjin)เมืองจีนสไตล์ยุโรปสุดชิล มีกลิ่นอายความเป็นตะวันออกสูงมาก และจุดเด่นของเมืองนี้คือ "เทียนจินอาย" ที่ใครไปก็อดใจไม่ไหวต้องถ่ายรูปเก็บไว้.ฉงชิ่ง (Chongqing)เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดแปลก ด้วยผังเมืองอันน่าสับสน ยืนอยู่ชั้น 1 เดินไปอีกฝั่งกลายเป็นชั้นที่ 22 ซะงั้น ไหนจะไอคอนนิคสุดล้ำอย่าง หงหยาต้ง ที่ใครไม่มาถือว่าพลาด กับตึกราร้านค้าเปิดไฟ LED ทั้งย่าน ที่สำคัญ หม่าล่า Original เลยหล่ะ เริ่ดอย่าบอกใคร!.เฉิงตู (Chengdu)จะเรียกว่า เป็นอาณาจักรแห่งธรรมชาติ ระดับ 5A หลายจุดที่ขึ้นชื่อเลยที่เดียว เช่น สี่ดรุณี จิ่วจ้ายโกว จางเจียเจี่ย ต๋ากู่ปิงชวน เป็นต้น แต่ฝั่งในเมืองก็เริ่ดไม่แพ้กัน เช่น ตูเจียงเยี่ยน ศูนย์อนุรักษ์แพนด้า เก็บยังไง ไม่ครบ ต้องมาซ้ำแน่นอน.ชิงเต่า (Qingdao)เมืองติดริมทะเลสุดชิค ที่มีของขึ้นชื่ออย่าง เบียร์ชิงเต่า "Tsingtao" เป็นอีกเมืองที่มีสไตล์ค่อนข้างแปลกแหวกแนว ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมยุคเยอรมัน หรือ ความเจริญก้าวหน้าจนถูกขนานนามว่าเป็นเมือง Cyberpunk.ซินเจียง (Xinjiang)เมืองที่มีความธรรมชาติสูงมาก ทุกอย่างงดงามราวกับภาพวาด จนถูกขนามนามว่า "สวนดุจสวนของพระเจ้า" ถ้าเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงบอกเลยว่าทองอร่ามสุดๆ แต่ถ้าช่วงที่พีคสุดๆคือช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีความเขียวขจีของดอกไม้ใบหญ้าสุดๆ บอกเลยว่าความคุ้มค่าอยากที่ตาเนื้อเห็น ต้องไปสักครั้งในชีวิต..มีเมืองไหนบ้างคะ ที่คุณให้ไปต่อในปี 2026แอดมินอยากรู้ว่าคุณโหวตเมืองไหนให้เป็นเมืองที่คุณอยากให้แมสต่อ คอมเม้นมาบอกแอดมินด้วยน้าาา

เจาะลึก 5 ดอกไม้เจ้าถิ่น ที่ช่วงใบไม้ผลิรอบนี้ต้องห้ามพลาด! จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปชมกันเล๊ยยย✨

เจาะลึก 5 ดอกไม้เจ้าถิ่น ที่ช่วงใบไม้ผลิรอบนี้ต้องห้ามพลาด! จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปชมกันเล๊ยยย✨

10

ดอกซากุระ (Cherry Blossom) | เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู  สายพันธุ์: มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ เช่น Somei Yoshino (สีขาว) และ Yaezakura (สีชมพูซ้อน). ทำไมต้องที่นี่: Yuantouzhu (เต่าจู๋โถว) คือ 1 ใน 3 จุดชมซากุระที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เทียบเท่าญี่ปุ่นและวอชิงตัน ดี.ซี.) มีต้นซากุระกว่า 30,000 ต้น.พิกัดเจาะลึก:   - Changchun Bridge: สะพานหินทรงโค้งแบบโบราณที่เป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปคู่กับซากุระ  - Sakura Valley: พื้นที่ที่ปลูกซากุระหนาแน่นที่สุดจนมองไม่เห็นท้องฟ้า.  ✨ช่วงพีค: ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน (ซากุระบานสั้นมาก ประมาณ 7-10 วัน)__________________________. ดอกศรีตรัง (Jacaranda) | เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน  สายพันธุ์: Jacaranda mimosifolia (蓝花楹 - หลันฮวาอิ๋ง). ทำไมต้องที่นี่: คุนหมิงคือ "นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ" และเป็นเมืองที่มีการปลูกต้นศรีตรังเรียงรายริมถนนมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนกลายเป็น "อุโมงค์ดอกไม้สีม่วง". พิกัดเจาะลึก:  -  Jiaosan Road: ถนนสายหลักที่ปิดถนนบางช่วงให้เดินถ่ายรูป (มีรถบัสเปิดประทุนลายดอกไม้ด้วย)  -  Panlong River: ชมเงาสะท้อนสีม่วงบนผิวน้ำ สวยแปลกตาไปอีกแบบ. ✨ ช่วงพีค: ปลายเมษายน - กลางพฤษภาคม__________________________.ดอกท้อป่า (Wild Peach) | เมืองหลินจือ เขตปกครองตนเองทิเบต  สายพันธุ์: Prunus mira (ท้อป่าทิเบต) ลำต้นสูงใหญ่และมีอายุยืนหลายร้อยปี.ทำไมต้องที่นี่: เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่สุด เพราะดอกสีชมพูจะตัดกับยอดเขาหิมะ Namcha Barwa และแม่น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์. พิกัดเจาะลึก:  -  Gala Peach Blossom Village: สถานที่จัดงานเทศกาลหลัก เดินทางสะดวกจากตัวเมืองหลินจือ  -  Yarlung Tsangpo Grand Canyon: จุดชมดอกท้อที่มีฉากหลังเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลก. ✨ ช่วงพีค: 20 มีนาคม - 15 เมษายน__________________________. ดอกโบตั๋น (Peony) | เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน  สายพันธุ์: Paeonia suffruticosa (牡丹 - หมู่ตาน) มีฉายาว่า "ราชาแห่งมวลบุปผา". ทำไมต้องที่นี่: ลั่วหยางเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ 13 ราชวงศ์ และเป็นศูนย์กลางการปลูกโบตั๋นมานานกว่า 1,500 ปี ดอกโบตั๋นที่นี่ดอกใหญ่เท่าหน้าคน!. พิกัดเจาะลึก:   - Sui and Tang Dynasties Relics Park: สวนขนาดใหญ่ที่มีโบตั๋นหายากกว่า 1,200 สายพันธุ์  - China National Peony Garden: เป็นศูนย์วิจัยและอนุรักษ์สายพันธุ์โบราณ. ✨ ช่วงพีค: 10 - 20 เมษายน (งานเทศกาลเริ่ม 5 เม.ย. - 5 พ.ค.)__________________________.ดอกมัสตาร์ด (Canola) | เมืองอู๋หยวน มณฑลเจียงซี  สายพันธุ์: Brassica napus (油菜花 - โหยวไช่ฮวา) ทำไมต้องที่นี่: อู๋หยวนได้ชื่อว่าเป็น "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน" ความพิเศษคือนาขั้นบันไดที่ถูกปกคลุมด้วยสีเหลืองทอง ตัดกับสถาปัตยกรรมสไตล์ฮุ่ยโจว (ผนังขาว หลังคาเทา)พิกัดเจาะลึก:  -  Huangling (หวงหลิ่ง): มีกระเช้าลอยฟ้าให้ชมวิวจากมุมสูง และมีสะพานกระจกยอดฮิต  -  Jiangling (เจียงหลิ่ง): จุดชมวิวนาขั้นบันได 4 ชั้นที่อลังการที่สุดในพื้นที่ ✨ ช่วงพีค: 10 - 25 มีนาคม (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิปีนั้นๆ).. ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่งดงามและเหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นที่สุดทั้งในเรื่องของสภาพอากาศ และ ไฮไลท์ในช่วงนี้ด้วย มีใครชอบที่ไหนเป็นพิเศษมั้ยคะ? ขอให้แฮปปี้ เหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานนะคะ 

ทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” เมืองโคตรเท่ของพี่จีน

ทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” เมืองโคตรเท่ของพี่จีน

62

ทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” เมืองโคตรเท่ของพี่จีน ถ้าจีนมีเมืองที่ทั้งเท่ ล้ำสมัย และแซ่บจัดรวมอยู่ด้วยกัน… “ฉงชิ่ง” คือตัวท็อปในลิสต์แน่นอน มหานครริมแม่น้ำแยงซีที่มีภูเขาเป็นหัวใจ และหม้อไฟในตำนาน คือเอกลักษณ์ที่เติมเต็มคนเมืองนี้ ภูมิประเทศสุดยูนีค ตึกสูงตั้งบนภูเขา ถนนซ้อนถนน รถไฟพุ่งเข้าตึกแล้วโผล่ออกอีกฝั่ง — เดินเล่นที่นี่เหมือนเล่นเกมหาทางออก กลางคืนสวยแบบหลุดเข้าอนิเมะ หงหยาต้งยามค่ำคือไฮไลต์ ตึกไม้เปิดไฟนับพันดวง สะท้อนแม่น้ำ เหมือนฉากใน Spirited Away ที่มีอยู่จริงบนโลก หม้อไฟฉงชิ่ง = ความเผ็ดระดับตำนาน พริกคือเครื่องปรุงหลัก หมาล่าคือเอกลักษณ์ของชีวิต ซดคำเดียวเหมือนพลังเพิ่มขึ้นอีก 200% วิวแม่น้ำคู่ นั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี ชมจุดบรรจบของสองสายน้ำ — แยงซี & เจียหลิง — ที่โอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างงดงาม เมืองบันได ต่างระดับจนบางตึกมีชั้น 1 อยู่ถนนหนึ่ง แต่ชั้น 7 ของตึกเดียวกันกลับเปิดออกสู่อีกถนนหนึ่ง! ฉงชิ่ง…เมืองที่ไปแล้วจะมีเรื่องเล่าและรอยยิ้มติดกลับมาทุกครั้ง

เผย 5 ความลับของกำแพงเมืองจีน ที่หลายคนยังไม่รู้

เผย 5 ความลับของกำแพงเมืองจีน ที่หลายคนยังไม่รู้

75

เผย 5 ความลับของกำแพงเมืองจีน ที่หลายคนยังไม่รู้ หลายคนรู้จัก “กำแพงเมืองจีน” ในฐานะสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่รู้ไหมว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความยาวเท่านั้น… มันเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าทึ่งที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ยาวแค่ไหน? หลายคนคิดว่ากำแพงเมืองจีนยาวแค่ไม่กี่พันกิโล แต่จริง ๆ แล้วมีความยาวรวมกว่า 21,000 กิโลเมตร! ยาวขนาดวนรอบโลกได้เกือบครึ่งหนึ่ง สร้างต่อเนื่องยาวนานหลายราชวงศ์ ใช้แรงงานนับล้านชีวิต ทำไมต้องสร้างยาวขนาดนี้? เพราะสมัยก่อน จีนต้องป้องกันการรุกรานจากชนเผ่านอกด่าน โดยเฉพาะมองโกลและชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือ กำแพงจึงถูกสร้างเป็นแนวป้องกันประเทศ และยังใช้เป็นเส้นทางลำเลียงข่าวสารและกองทัพด้วย จริงไหมที่ใช้ข้าวเหนียวก่อสร้าง? จริง! นักโบราณคดีพบว่าในส่วนผสมของปูนก่อกำแพงมีแป้งข้าวเหนียวผสมอยู่ เพราะทำให้ปูนเหนียว แข็งแรง ทนต่อฝนลมมานานหลายร้อยปี ถือเป็น “เทคโนโลยีโบราณที่ล้ำยุค” เลยทีเดียว ไม่ได้มีแค่เส้นเดียว! หลายคนเข้าใจว่ากำแพงเมืองจีนคือกำแพงเส้นยาวเส้นเดียว แต่จริง ๆ แล้วมันคือเครือข่ายกำแพงหลายเส้น ที่สร้างขึ้นในยุคต่าง ๆ และค่อย ๆ เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดเส้นทางคดเคี้ยวผ่านภูเขา หุบเขา และทะเลทราย มองเห็นจากอวกาศได้จริงหรือ? ไม่จริง! กำแพงเมืองจีนไม่ได้มองเห็นด้วยตาเปล่าจากอวกาศอย่างที่หลายคนเคยได้ยิน เพราะแม้จะยาวมาก แต่กว้างเพียง 4–5 เมตร และมีสีใกล้เคียงกับภูมิประเทศรอบ ๆ จึงกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ปัจจุบัน กำแพงเมืองจีนกลายเป็นแลนด์มาร์กอันดับ 1 ของจีน ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องไปเยือน ใครไปปักกิ่งแล้วไม่ไปกำแพงเมืองจีน…บอกเลยว่ามาไม่ถึงจริง ๆ

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง + เทียนสิน 2025

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง + เทียนสิน 2025

119

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง + เทียนสิน 2025 ถึงเวลาที่ทั้งเมืองถูกย้อมด้วยสีแดง-ส้ม-ทองสุดโรแมนติก ฤดูใบไม้ร่วงในปักกิ่งและเทียนสิน ถือเป็นไฮซีซั่นของนักท่องเที่ยว เพราะสีสันของธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างสวยงามที่สุดในรอบปี ช่วงเวลาที่แนะนำ✅ กลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน (15 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน) คือช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี✅ ต้นตุลาคม (1–7 ต.ค.): ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีบางส่วนกลางตุลาคม (10–25 ต.ค.): สีแดง-ส้มชัดเจน เริ่มเข้าสู่ความสวยที่สุดปลายตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน: สวยที่สุด โดยเฉพาะภูเขาเซียงซานและกำแพงเมืองจีน ไฮไลท์ทริปที่ห้ามพลาด กำแพงเมืองจีน (Great Wall)จุดยอดนิยม Mutianyu / Badalingบรรยากาศยอดเขาเต็มไปด้วยใบไม้สีแดง-ส้ม ตัดกับกำแพงโบราณสุดยิ่งใหญ่ช่วงสวยสุด: กลาง – ปลายตุลาคม พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)สัมผัสสถาปัตยกรรมโบราณคู่กับใบแปะก๊วยสีทองช่วงสวยสุด: 20–31 ตุลาคม (ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีเหลืองทองเต็มที่) ภูเขาเซียงซาน (Fragrant Hill)จุดชมใบไม้สีแดงที่โด่งดังที่สุดในปักกิ่งมีงานเทศกาลใบไม้แดงทุกปีในช่วงปลายตุลาคมช่วงสวยสุด: 25 ตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน เมืองเทียนสิน (Tianjin)เดินเล่นย่านอิตาลีเก่า (Italian Style Town) และริมน้ำ Haiheถ่ายรูปตึกยุโรป + ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศโรแมนติกช่วงสวยสุด: กลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ปีนี้อย่าพลาดช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปักกิ่งและเทียนสิน ✔ สีสันธรรมชาติสุดโรแมนติก ✔ จุดถ่ายรูปสุดปังที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต ✔ โปรแกรมครบ เดินทางสบาย มีไกด์ดูแลตลอดทริป

10 เมืองกระแสในจีน สายเที่ยวต้องลองให้ครบ

10 เมืองกระแสในจีน สายเที่ยวต้องลองให้ครบ

47

10 เมืองกระแสในจีน สายเที่ยวต้องลองให้ครบ แดนมังกรเต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย ตั้งแต่เมืองทันสมัยคึกคัก เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไปจนถึงเมืองที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย โพสต์นี้จะพาพี่ๆไปรู้จัก 10 เมืองเด่นที่ไม่ควรพลาด ไปทำความรู้จักกันเลย เซี่ยงไฮ้ กระแสช่วงนี้ เมืองศูนย์กลางการเงินทันสมัย ตึกระฟ้าริมหวงผู่ ตัดกับย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ ปักกิ่ง เมืองหลวงเก่าแก่ มีพระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน และการผสมผสานของเก่า–ใหม่ ฉงชิ่ง เมืองแปลก เมืองในภูเขา รู้จักในฐานะเมืองหม้อไฟ อากาศชื้น มีวิวแม่น้ำยามค่ำสวยแบบ Cyberpunk เฉิงตู บ้านของแพนด้ายักษ์ เมืองช้าๆ สบายๆ มีอาหารเผ็ดซื่อชวนชื่อดัง ประตูสู่ธรรมชาติอลังการแห่งเสฉวน ซีอาน เมืองประวัติศาสตร์ เส้นทางสายไหมเก่า มีทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เลื่องชื่อ คุนหมิง เมืองฤดูใบไม้ผลินิรันดร์ อยู่ใกล้ไทยมาก อากาศเย็นสบาย ดอกไม้บานตลอดปี เที่ยวคู่ต้าลี่ ลี่เจียงทริปเดียวกันยิ่งฟิน หางโจว เมืองสวยริมทะเลสาบซีหู มีชื่อเสียงเรื่องชาจีน และทิวทัศน์โรแมนติก อู่หลง แหล่งธรรมชาติในหุบเขา ภูเขาหินปูน และสะพานธรรมชาติยิ่งใหญ่ ซินเจียง ดินแดนตะวันตกสุดขอบจีน กว้างใหญ่ ทะเลทราย ภูเขา ทัศนียภาพที่สวยแปลกตา และวัฒนธรรมอุยกูร์ เทียนสิน เมืองท่าชายฝั่งใกล้ปักกิ่ง สถาปัตยกรรมยุโรปผสมจีน อาหารพื้นถิ่นชื่อดัง แล้วพี่ๆล่ะ … “เมืองแรก” ของการท่องเที่ยวจีน อยากเริ่มที่เมืองไหนดีคะ?

7 เมืองจีนสุดฟิน ชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมช่วงเวลาที่ห้ามพลาด

7 เมืองจีนสุดฟิน ชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมช่วงเวลาที่ห้ามพลาด

48

7 เมืองจีนสุดฟิน ชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมช่วงเวลาที่ห้ามพลาด ใครกำลังแพลนเที่ยวจีนช่วงใบไม้ร่วง ต้องเก็บลิสต์นี้ไว้เลย! รวม 7 เมืองสุดฮิต ที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด พร้อมสถานที่แนะนำในแต่ละเมือง และช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการไปชม ปักกิ่ง (Beijing) Fragrant Hills Park – จุดชมใบไม้แดงชื่อดัง กำแพงเมืองจีนด่าน Mutianyu – วิวภูเขาแดงส้มสุดอลัง Summer Palace – สวนกว้างใหญ่ที่โรแมนติกในฤดูใบไม้ร่วง Olympic Forest Park – สวนเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันของต้นไม้ ควรไป: กลางต.ค.–ต้นพ.ย. หางโจว (Hangzhou) ทะเลสาบซีหู (West Lake) – สัญลักษณ์ของเมือง ถนน Su Causeway – ต้นไม้เรียงรายริมทางน้ำ วัด Lingyin Temple – รายล้อมด้วยใบไม้เหลืองส้ม Meijiawu Tea Plantation – ชมไร่ชาในบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ควรไป: ปลายต.ค.–กลางพ.ย. ซีอาน (Xi’an) กำแพงเมืองโบราณ – วิวใบไม้ตัดกับกำแพงเก่า ภูเขาหัวซาน (Mount Huashan) – ธรรมชาติอลังการในโทนส้มแดง Forest of Steles – บริเวณพิพิธภัณฑ์กลางสวน Huaqing Palace – สวนและน้ำพุร้อนท่ามกลางภูเขา ควรไป: ปลายต.ค.–ต้นพ.ย. หนานจิง (Nanjing) Zhongshan Mountain Scenic Area – ถนนใบแปะก๊วยชื่อดัง Ming Xiaoling Mausoleum – สุสานโบราณในป่าดงไม้ Purple Mountain – จุดชมวิวสูงสุดของเมือง Nanjing University Campus – ถนนต้นแปะก๊วยสุดโรแมนติก ควรไป: ต้น–กลางพ.ย. ฉงชิ่ง (Chongqing) Jinfo Mountain – ภูเขาใบไม้แดงตัดหมอก ลุ่มน้ำแม่น้ำแยงซี – วิวใบไม้สองฝั่งน้ำ Dazu Rock Carvings – มรดกโลกที่รายล้อมด้วยต้นไม้เปลี่ยนสี Wulong Karst – ธรรมชาติหินปูนตัดกับสีใบไม้ ควรไป: ต้นพ.ย. ฉางชุน (Changchun), มณฑลจี๋หลิน Jingyuetan National Forest Park – ทะเลป่าใบไม้แดง Changchun World Sculpture Park – สวนประติมากรรมกลางใบไม้สีทอง Nanhu Park – สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง Puppet Emperor’s Palace – คฤหาสน์ประวัติศาสตร์ในฤดูใบไม้ร่วง ควรไป: ต้น–กลางต.ค. คุนหมิง (Kunming), มณฑลยูนนาน Dianchi Lake – ทะเลสาบใหญ่โรแมนติก Green Lake Park – จุดพักผ่อนใจกลางเมือง Yunnan University – วิทยาเขตสวยท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี Stone Forest (Shilin) – หินธรรมชาติท่ามกลางพรมใบไม้ ควรไป: กลางต.ค.–ต้นพ.ย. จีนในฤดูใบไม้ร่วงคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ แค่เลือกเมืองและช่วงเวลาให้ตรงตามนี้ คุณจะได้เจอภาพวิวพีคๆ บรรยากาศดีๆแน่นอนค่ะ ใครกำลังหาทริปปลายปีนี้ เก็บโพสต์นี้ไว้เป็นแรงบันดาลใจ แล้วเตรียมกล้องให้พร้อม….แล้วไปลุยกันเลย!

แนะนำ 7 ที่เที่ยวยอดฮิตเมืองกวางโจวที่ไม่ควรพลาด

แนะนำ 7 ที่เที่ยวยอดฮิตเมืองกวางโจวที่ไม่ควรพลาด

45

แนะนำ 7 ที่เที่ยวยอดฮิตเมืองกวางโจวที่ไม่ควรพลาด “มาเยือนกวางโจวทั้งที ถ้าไม่ได้เช็กอินที่แลนด์มาร์กเหล่านี้… บอกเลยว่าพลาดมาก! แอดมินคัดมาให้พี่ๆ แล้วกับ 7 ที่เที่ยวสุดฮอต ครบทั้งวัดเก่า ศิลป์เมือง และวิวโมเดิร์น” 7 ที่เที่ยวยอดฮิต อนุสาวรีย์ห้าแพะ : ตำนานแพะห้าเทพ สัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจว อนุสรณ์สถานซุนยัตเซ็น : อาคารประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของบิดาแห่งชาติจีน วัดกวางเซียว : วัดพุทธเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา โบสถ์ซังซิน : โบสถ์คาทอลิกสไตล์กอธิกที่สวยโดดเด่นกลางเมือง Canton Tower + Bubble Tram : หอคอยสูงเสียดฟ้า ชมวิว 360° พร้อมกระเช้าลอยฟ้า หย่งชงฟาง : ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคและมีสะพานพระจันทร์ จุดถ่ายรูปโรแมนติก บรรยากาศสวยงามยามค่ำคืน เกาะซาเมี่ยน : เดินเล่นฟีลยุโรปกลางเมืองจีน บรรยากาศโรแมนติกน่าเดินถ่ายรูป 7 แลนด์มาร์กนี้… คือที่สุดของกวางโจวที่ไปแล้วไม่มีผิดหวัง

มาเยือนกวางโจว ต้องไม่พลาดเช็กอิน Canton Tower หอคอยที่สูงติดอันดับโลก

มาเยือนกวางโจว ต้องไม่พลาดเช็กอิน Canton Tower หอคอยที่สูงติดอันดับโลก

58

มาเยือนกวางโจว ต้องไม่พลาดเช็กอิน Canton Tower หอคอยที่สูงติดอันดับโลก ถ้าเอ่ยถึงแลนด์มาร์กของเมืองกวางโจว (Guangzhou) หลายคนคงนึกถึง Canton Tower เป็นชื่อแรก หอคอยสูงเสียดฟ้าริมแม่น้ำจูเจียง (Pearl River) ที่เคยครองตำแหน่งหอคอยที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงกว่า 600 เมตร จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว และยังถูกขนานนามว่า “เอฟเฟลแห่งกวางตุ้ง” เพราะความโรแมนติกและสัญลักษณ์ความงดงามของเมืองกวางโจว แต่ Canton Tower ไม่ได้มีดีแค่ “ความสูง” เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์และประสบการณ์ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม Canton Tower สูงแค่ไหน? Canton Tower มีความสูงกว่า 600 เมตร และมีโครงสร้างโค้งเว้าที่โดดเด่น จนได้รับฉายา “The Slim Waist” หรือ เอวเอสแห่งกวางตุ้ง กลางวันดูสง่างามเรียบหรู แต่พอตกกลางคืน หอคอยทั้งแท่งกลับสว่างไสวด้วยไฟ LED ที่เปลี่ยนสีตลอดเวลา บางครั้งเป็นรุ้งหลากสี บางครั้งเป็นโทนเดียวตัดกับท้องฟ้า ทำให้ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวและคู่รักต้องมา กิจกรรมห้ามพลาดบน Canton Tower มาที่นี่ไม่ได้มาแค่ถ่ายรูป แต่ยังมีประสบการณ์สุดว้าวรออยู่เพียบ เช่น Observation Deck: จุดชมวิวพาโนราม่า 360 องศา มองเห็นกวางโจวทั้งเมือง ตั้งแต่ตึกสูง สะพาน ไปจนถึงแม่น้ำจูเจียง Bubble Tram: กระเช้าใสรอบยอดหอคอยที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ลอยอยู่บนฟ้า ประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้แน่นอน Sky Drop: สำหรับสายเอ็กซ์ตรีม เครื่องเล่นแนวดรอปจากที่สูงหลายร้อยเมตร หัวใจเต้นแรงจนแทบหยุด Night Light Show: ยามค่ำคืนคือเวลาที่ Canton Tower สวยที่สุด แสงไฟหลากสีสะท้อนกับผิวน้ำเหมือนงานศิลปะมีชีวิต เช็กอินหอคอย แล้วไปต่อที่แม่น้ำจูเจียง หลังชมวิวบนหอคอยแล้ว อย่าลืมเดินเล่นต่อที่ริมแม่น้ำจูเจียง เพราะย่านนี้เป็นโซนยอดนิยมสำหรับการล่องเรือชมวิวตอนกลางคืน คุณจะได้เห็นเรือสำราญประดับไฟวิ่งเรียงรายผ่านสะพาน Haixinsha และไฟเมืองส่องประกาย โดยมี Canton Tower ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นเกินบรรยาย เกร็ดน่ารู้ Canton Tower เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2010 ช่วงที่กวางโจวเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ภายในหอคอยมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และแม้กระทั่งสตูดิโอถ่ายรายการทีวี ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของเมือง

แจกแพลนเที่ยวเฉิงตู + 3 อุทยานใน 6 วัน ถ่ายรูปแบบง่ายๆ ใช้แค่กล้อง iPhone

แจกแพลนเที่ยวเฉิงตู + 3 อุทยานใน 6 วัน ถ่ายรูปแบบง่ายๆ ใช้แค่กล้อง iPhone

30

แจกแพลนเที่ยวเฉิงตู + 3 อุทยานใน 6 วัน ถ่ายรูปแบบง่ายๆ ใช้แค่กล้อง iPhone ใครกำลังหาทริปต่างประเทศ “สวยเหมือนอยู่ในโปสการ์ด” ต้องไม่พลาด! วันนี้แอดมาแจกแพลนเที่ยวครบ 6 วัน พร้อมพิกัดจริง จัดให้แบบไม่ต้องเสียเวลาหาเอง #แพลนนี้เซฟเก็บไว้เลย Day 1 สถานีรถไฟเฉิงตู (成都东站) นั่งรถไฟไป จิ่วจ้ายโกว (九寨沟) แวะกินหม้อไฟเนื้อจามรี (牦牛火锅) Day 2 อุทยานจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou National Park / 九寨沟国家公园) 箭竹海 (ทะเลสาบไม้ไผ่) 火花海 (ทะเลสาบดอกไม้ไฟ) 五花海 (ทะเลสาบห้าสี) 长海 (ทะเลสาบยาว) 树正瀑布 (น้ำตกซู่เจิ้น) 藏族村寨 (หมู่บ้านธิเบต) Day 3 Dagu Glacier (达古冰川) ตูเจียงเยี่ยน (都江堰) ไฮไลท์: 南桥 (สะพานหนานเฉียว) + 灌县古城 (ถนนโบราณ Guanxian) Day 4 ภูเขาสี่ดรุณี (四姑娘山) กลับเข้า เฉิงตู (成都) IFS 成都国际金融中心 ไท่กู่ลี่ (太古里) 兰桂坊成都 (Lan Kwai Fong Chengdu) Day 5 ศูนย์วิจัยแพนด้า (成都大熊猫繁育研究基地) Eastern Suburb Memory (东郊记忆) วัดเหวินซู (文殊院) ถนนโบราณจินลี่ (锦里古街) Shuyanfu 蜀宴府 (ร้านอาหารและโชว์วัฒนธรรมจีน) 成都SKP (ตึกคู่-ตึกไม้ไผ่) Day 6 ซอยกว้างแคบ (宽窄巷子) Taode 陶德餐厅 สนามบินเฉิงตูเทียนฝู่ (天府国际机场 / Chengdu Tianfu International Airport) จบทริปสุดฟิน!

พี่ๆ เคยสงสัยไหมคะ…ทำไม “ปีนัง” ถึงเป็นเกาะเล็กๆ ที่ใครไปแล้วก็มักพูดว่า “อยากกลับไปอีก”

พี่ๆ เคยสงสัยไหมคะ…ทำไม “ปีนัง” ถึงเป็นเกาะเล็กๆ ที่ใครไปแล้วก็มักพูดว่า “อยากกลับไปอีก”

45

พี่ๆ เคยสงสัยไหมคะ…ทำไม “ปีนัง” ถึงเป็นเกาะเล็กๆ ที่ใครไปแล้วก็มักพูดว่า “อยากกลับไปอีก” ทั้งๆ ที่ทะเลอาจไม่ใสแจ๋วแบบภูเก็ต หรือแลนด์มาร์กหรูหราอลังการ แต่กลับครองใจนักเดินทางได้แน่นแฟ้นขนาดนี้? . มาดู 7 เหตุผลที่ทำให้ปีนังพิเศษ จนใครๆ ก็หลงรักกันค่ะ เมืองศิลปะที่มีชีวิต – George Town เต็มไปด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ และตึกโบราณสีพาสเทล เดินเล่นเฉยๆ ก็เหมือนได้เสพงานศิลป์กลางเมือง . อาหารอันดับต้นๆ ของเอเชีย ปีนังคือสวรรค์ของสายกิน Char Kway Teow, Laksa, Nasi Kandar…อร่อยจนต้องขอเบิ้ล . วัฒนธรรมหลากหลายอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว จีน อินเดีย มุสลิม ผสมผสานอย่างกลมกล่อม เดินไม่กี่บล็อก เจอทั้งวัดจีน มัสยิด และโบสถ์ . บรรยากาศ Slow Life ชวนให้พักใจ ไม่เร่งรีบ ไม่วุ่นวาย นั่งจิบกาแฟ เดินชมเมือง…ก็รู้สึกเหมือนได้พักลมหายใจ . Penang Hill & วิวสุดโรแมนติก ขึ้นรถรางไปชมวิวทั้งเกาะ ลมเย็น บรรยากาศดี เหมาะกับคู่รักหรือคนรักความสงบ . Street Art ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ภาพเด็กปั่นจักรยาน หรือแมวในกำแพง ทุกจุดคือมุมถ่ายรูป และบทสนทนาของเมือง . เกาะที่มีทะเลแต่ไม่ต้องมีน้ำสีฟ้าใส ก็สวยในแบบของมันเอง อย่างหาด Batu Ferringhi ที่เงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตก หรือ Monkey Beach ที่ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ . เกาะเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่ต้องหรูหรา ไม่ต้องใหญ่โต แต่ให้ความรู้สึกเหมือน “อยู่บ้านที่ต่างประเทศ” . ปีนังอาจไม่ใช่ปลายทางที่หวือหวา แต่เป็นที่ที่ทำให้หัวใจเรานุ่มลงอย่างประหลาด เพราะบางครั้ง…เราไม่ได้อยากเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด แต่อยากไป “ที่ที่ทำให้เรายิ้มได้ง่ายที่สุด” .

แจกแพลนเที่ยว เส้นทาง “ซินเจียงเหนือ คานาสือ–เหอมู่” 8 วัน 7 คืน

แจกแพลนเที่ยว เส้นทาง “ซินเจียงเหนือ คานาสือ–เหอมู่” 8 วัน 7 คืน

50

แจกแพลนเที่ยว เส้นทาง “ซินเจียงเหนือ คานาสือ–เหอมู่” 8 วัน 7 คืน แบบใช้แค่ iPhone ถ่ายง่ายๆ เดินทางเมื่อปลายกันยายน 2025 นี้นะครับ ‘ซินเจียงเหนือ’ ดินแดนที่สวยราวภาพวาด สารภาพเลยว่านี่คือทริปที่สวยที่สุดสำหรับผมตั้งแต่เดินทางมา ที่ที่ภูเขาสัมผัสเมฆ…ภูเขาหิมะเป็นแบ็คกราวด์…ทะเลสาบสีมรกตและหมู่บ้านไม้ท่ามกลางทุ่งหญ้า Day 1 | กรุงเทพฯ – ซีอาน เข้าที่พัก Ibis Hotel 宜必思酒店 • เมืองเก่าซีอานยามค่ำ • ประตูเมืองโบราณ City Wall • สัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์ “จุดเริ่มต้นเส้นทางสายไหม” Day 2 | ซีอาน – อันไต – ปู้เอ่อจิง Xi’an 西安 → Altay 阿勒泰 → Buerjin 布尔津 (MU6245 07:25–11:20) • เมืองหินโบราณจี๋มู่ไหน่ (Jimu Nai Stone City 吉木乃草原石城) • ถ้ำโบราณถงเทียน (Tongtian Cave 吉木乃通天洞遗址) • เข้าที่พัก Huashang Guoji Hotel 吉木乃华商国际酒店 Day 3 | ปู้เอ่อจิง – คานาสือ Buerjin 布尔津 → Kanas 喀纳斯 • ทะเลสาบคานาสือ 喀纳斯湖 (ล่องเรือชมวิว) • หมู่บ้านไม้ไป๋ฮาป่า 白哈巴村 หมู่บ้านสวยติดชายแดนคาซัคสถาน • เข้าที่พัก Homestay 漫云间独家名宿 Day 4 | คานาสือ – หมู่บ้านเหอมู่ Kanas 喀纳斯 → Hemu Village 禾木村 • หมู่บ้านเหอมู่ 禾木村 “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” • บ้านชนเผ่าถูหว่า 图瓦人家 • ชมพระอาทิตย์ขึ้นบนทุ่งหญ้า • พัก Su Bo Rui Si Hotel 和木苏博瑞思酒店 Day 5 | เหอมู่ – อันไต Hemu 禾木 → Altay 阿勒泰 • ถนนสาย A-HE Highway 景观大道 • สนามเล่นสกีเจียงจิงซาน 将军山滑雪场 • เข้าที่พัก Su Bo Rui Si Hotel 和木苏博瑞思酒店 Day 6 | อันไต – ซีอาน Altay 阿勒泰 → Xi’an 西安 (MU6246 12:25–16:20) บินกลับซีอาน พักผ่อนสบาย ๆ ก่อนเที่ยวต่อ พัก: Jin Jiang Xi Jin Hotel 锦江西京饭店 Day 7 | ซีอานเต็มวัน Xi’an 西安 Sightseeing • ภูเขาชุ่ยฮวาซาน 翠花山 • วัดเจ้าแม่กวนอิม 古观音禅寺 • วัดซิงเจี้ยวสื่อ 兴教寺 (วัดบรรจุอัฐิพระถังซัมจั๋ง) • พัก Jin Jiang Xi Jin Hotel 锦江西京饭店 Day 8 | ซีอาน – กรุงเทพฯ Xi’an 西安 → Bangkok 曼谷 • พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ณ วัดฝ่าเหมิน • สุสานพระนางบูเช็คเทียน 乾陵 บางสถานที่…ไม่ได้มีไว้แค่ให้เราไปเที่ยว แต่มีไว้ให้เราหยุดมอง แล้วนึกในใจ ‘สวยจังวะ’ ซินเจียงเหนือ คือหนึ่งในนั้น

รวมพิกัด 7 เมืองโบราณจีนที่ควรไปสักครั้ง

รวมพิกัด 7 เมืองโบราณจีนที่ควรไปสักครั้ง

60

รวมพิกัด 7 เมืองโบราณจีนที่ควรไปสักครั้ง วันนี้จะพามาชมเมืองโบราณในจีนที่เปรียบเสมือนหน้าต่างพาย้อนเวลากลับไปสัมผัสชีวิตและวัฒนธรรมของชาวจีนในอดีต ใครที่อยากสัมผัสบ้านไม้โบราณ ถนนหิน และบรรยากาศริมสายน้ำสุดโรแมนติก บอกเลยว่าห้ามพลาด ผิงเหยา (Pingyao, Shanxi) เมืองมรดกโลกยูเนสโกที่ขึ้นชื่อเรื่องกำแพงเมืองโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง เดินบนกำแพงสูงชมวิวเมืองได้รอบทิศ จุดเด่นคือวิถีชีวิตที่ยังคงกลิ่นอายแบบจีนดั้งเดิม ไฮไลต์: กำแพงเมืองโบราณผิงเหยา – Pingyao Ancient City Wall ลี่เจียง (Lijiang, Yunnan) เมืองเก่ากลางหุบเขาโรแมนติก เต็มไปด้วยคลอง บ้านไม้ และสะพานหิน ได้บรรยากาศวัฒนธรรมชนเผ่าน่าซีผสมผสานกับธรรมชาติ เดินเล่นยามค่ำพร้อมเสียงดนตรีพื้นเมืองคือความทรงจำที่ไม่ลืม ไฮไลต์: สระน้ำมังกรดำ – Black Dragon Pool เฟิ่งหวง (Fenghuang, Hunan) เมืองฟีนิกซ์ริมแม่น้ำ บ้านไม้โบราณยกพื้นสองฝั่งน้ำ งดงามทั้งกลางวันและกลางคืน แสงไฟสะท้อนน้ำยามค่ำคืนทำให้เมืองนี้โรแมนติกมาก ไฮไลต์: สะพานสายรุ้ง – Rainbow Bridge อู่เจิ้น (Wuzhen, Zhejiang) เมืองโบราณน้ำที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่ง บรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ไฟสะท้อนบ้านไม้ริมน้ำสวยงามจนละสายตาไม่ได้ โซน West Gate มีครบทั้งวิวสวย ร้านน้ำชา และคาเฟ่บรรยากาศดี ไฮไลต์: ประตูทิศตะวันตก – Wuzhen West Gate (Xizha) ซูโจว (Suzhou, Jiangsu) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวนน้ำแห่งตะวันออก โด่งดังเรื่องสวนจีนและคลองเก่าแก่ เป็นเมืองที่สะท้อนความงามคลาสสิกแบบจีนแท้ นอกจากสวน ยังเป็นแหล่งผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม ไฮไลต์: สวนโบราณฮัมเบิลแอดมินิสเทรเตอร์ – Humble Administrator’s Garden จูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao, Shanghai) เมืองโบราณน้ำที่เดินทางง่ายที่สุดจากเซี่ยงไฮ้ ได้ฉายาเวนิสแห่งเซี่ยงไฮ้ เต็มไปด้วยคลอง บ้านไม้ และสะพานหินโบราณ คึกคักด้วยตลาดท้องถิ่นและร้านน้ำชาริมน้ำ ไฮไลต์: สะพานฝางเซิง – Fangsheng Bridge ต้าหลี่ (Dali, Yunnan) เมืองโบราณที่รายล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ บ้านเรือนสีขาวและบรรยากาศชนเผ่าพื้นเมือง ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เดินเล่นในเมืองพร้อมชมวิวภูเขาหิมะ Cangshan คือภาพที่งดงามจับใจ ไฮไลต์: เมืองเก่าต้าหลี่ – Dali Ancient Town ครบแล้วกับ 7 เมืองโบราณจีนสุดดัง ที่ทั้งสวย ทั้งมีชื่อเสียง และควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเมืองกำแพงเก่าในผิงเหยา เวนิสแห่งเซี่ยงไฮ้จูเจียเจี่ยว หรือความโรแมนติกริมแม่น้ำเฟิ่งหวง แต่ละเมืองต่างมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ใครกำลังวางแผนไปจิ่วจ้ายโกว แล้วลังเลว่าจะไปเดือนไหนดี

ใครกำลังวางแผนไปจิ่วจ้ายโกว แล้วลังเลว่าจะไปเดือนไหนดี

56

ใครกำลังวางแผนไปจิ่วจ้ายโกว แล้วลังเลว่าจะไปเดือนไหนดี บอกเลยว่าที่นี่ไม่มีคำว่าผิดฤดูกาล เพราะแต่ละช่วงสวยไม่เหมือนกันเลยจริงๆ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) หุบเขาเริ่มฟื้นคืนชีวิต น้ำตกไหลแรง ดอกไม้บานเต็มทาง เดินทางสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว เหมาะกับคนที่ชอบความสดใสและอยากเห็นธรรมชาติเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) สีของน้ำในทะเลสาบสดที่สุดในปี ฟ้าเปิด ถ่ายรูปได้มุมอลังการ แต่คนจะเยอะนิดหน่อยเพราะเป็นช่วงพีคของนักท่องเที่ยว ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) นี่คือช่วงไฮซีซันของจิ่วจ้ายโกว ป่าเปลี่ยนสีเป็นแดง ส้ม เหลือง สะท้อนกับน้ำใสจนเหมือนภาพวาด เป็นช่วงที่สวยที่สุดในสายตาหลายคน ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) น้ำตกกลายเป็นน้ำแข็ง ป่าถูกปกคลุมด้วยหิมะ ขาวโพลนทั้งหุบเขา เงียบ สงบ และโรแมนติก เหมาะกับคนที่อยากเห็นอีกมุมของสรวงสวรรค์แห่งซื่อชวน สำหรับหลายคนแล้ว จิ่วจ้ายโกวไม่มีช่วงไหนไม่สวย อยู่ที่ว่าเราอยากเห็นสีแบบไหนของธรรมชาติ แล้วคุณล่ะ อยากไปเห็นจิ่วจ้ายโกวในฤดูไหนที่สุด

ข้อมูลประเภทบทความ

ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ